2007/Sep/16

Ericsson W900i

ผมล่ะชอบโค้ดเนมที่ได้รับของรุ่นนี้จริงๆ เราสามารถเรียกแทนเลขรุ่นได้เลยว่า Sakura บ่งบอกถึงการเป็นมือถือของประเทศ ญี่ปุ่น เนื่องจากเวลาเรานึกถึงดอกไม้ชนิดนี้ หรือมือถือยี่ห้อ Sony Ericsson ก็ต้องบ่งว่าเป็นสิ่งที่มาจากดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย อย่างแน่แท้ ทั้งเป็นซากุระดำที่กำลังบานสะพรั่ง มีความสวยงามในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และใส่ความอ่อนช้อยลงไป ราวกับดอก ที่กำลังโดนลมพัด และปลิวไหวไปมาในอากาศ หากคุณอยากพิสูจน์ความสุดยอด ก็ลองตามผมไปอ่านบทความทดสอบอันนี้ได้ เลยครับ

Physical Appearance
เรียนตามตรงว่า ในสายตาผมชอบตัวที่เป็นสีขาวมากกว่า ถ้าใครยังไม่เคยเห็นก็ลองไปเปิดเว็บไซต์ทางการของ Sony Ericsson ดูได้ ส่วน W900i ที่เป็นสีดำ ก็ดูสวยไปอีกแบบ และการันตีได้เลยว่า ต้องมีอีกหลายคนชอบสีนี้แน่ สิ่งที่รู้สึกได้เมื่อเริ่มสัมผัส ในครั้งแรกก็คือ ขนาดตัวที่ใหญ่ไม่แพ้ S700i บวกกับน้ำหนักที่พ่วงติดกันมาอย่างไม่ต้องสงสัย ทำให้มือผมดูเล็กลงไปถนัดตา การสวิงฝาในทิศทาง 360 องศา (ไม่รอบ) จะเป็นลักษณะเดียวกับของรุ่นก่อนๆ คือหมุนไปทางไหนก็กลับทางนั้น แต่รุ่นนี้มีระบบ กึ่งอัตโนมัติเข้ามาช่วย เมื่อทำการเลื่อนออกไปนิดเดียว ฝาจะดีดตัวออกไปอย่างรุนแรง แล้วมีเสียงกึ้ก เลยรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเครื่อง ไม่แข็งแรง แต่จริงแล้วไม่ใช่

ด้านความแข็งแรงนั้นถือว่าให้ผ่านไปได้ แบบไม่เหนื่อยใจนัก เพราะดูอะไรก็ลงตัวไปหมด ส่วนประกอบชิ้นต่างๆ ก็มีลักษณะ คล้ายคลึงกับ S700i ที่ต่างออกไปคือ เลนส์กล้องด้านหน้า ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อใช้ในการทำวิดีโอคอลล์ ไฟกะพริบมีติดมาให้ที่ด้านซ้าย ของตัวเครื่อง ตรงข้ามกันนี้เป็นตำแหน่งของอินฟราเรดด้วย พลิกมาด้านหลังกันหน่อย กลุ่มอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายรูปจะวางตัว อยู่ทางซ้าย ซึ่งประกอบไปด้วย เลนส์กล้องแบบขยับได้ แฟลช และกระจกเงา พอวางในแนวนอน (ตอนถ่ายรูป) มันก็จะเปลี่ยน ตำแหน่งมาอยู่ด้านบนแทน เพื่อไม่ให้มือของผู้ใช้ถูกบังนั่นเอง ส่วนลำโพงมัลติมีเดียที่เห็นอยู่ จะโดนบดบังความดังไปบ้าง เมื่อวาง อยู่บนโต๊ะเรียบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลำโพงที่ดังสนั่นของ W900i ลดความแรงลงไปเท่าไหร่นักหรอกครับ

5-Way Navigation Key
ปุ่มบังคับทั้ง 5 ทิศ ไม่ได้ใช้ประโยชน์เพียงการเลื่อนไปมาเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นแผงควบคุมวอล์คแมนได้อย่างง่ายดายอีกด้วย เพียงเปิดการใช้งานของโหมดเล่นเพลงด้วยปุ่ม W ด้านซ้าย แล้วทีนี้จะเลือกเพลง เปลี่ยนเพลง ยังไงก็ตามแต่แล้วล่ะ ด้านหน้า ยังประกอบไปด้วยปุ่มการทำงานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปุ่มซอฟท์คีย์ ปุ่มย้อนกลับ ปุ่มลบ ปุ่มเข้าสู่อินเตอร์เน็ต ปุ่มวิดีโอคอลล์ และปุ่มเปิดเมนูลัด เมื่อหมุนฝาออก เราจะเห็นได้ว่ามีปุ่มเปิดปิดอยู่ด้านล่างสุด ซึ่งไม่ได้เอาไว้ปิดเปิดเครื่องอย่างเดียวแล้ว แต่ยังใช้เปลี่ยนโพรไฟล์ ล็อคปุ่มกด ฯลฯ ทำให้เราไม่ต้องยุ่งยากเข้าไปหารายการในเมนู ถ้ายังไม่พอใจก็ไปเลือกเปลี่ยนปุ่มบังคับ ทิศทางเพิ่มได้อีก 4 ตัว รวมแล้วก็เยอะอยู่เหมือนกัน สำหรับปุ่มที่เคยมีมาให้ลูกพี่ S แล้วก็คือ ตัวเลื่อนที่เอาไว้ล็อคปุ่มกดทั้งหมด อีกที ด้านตรงข้ามกันจะเป็นชัตเตอร์ 2 จังหวะ หมายความว่าเราจะมีระบบออโต้โฟกัส มาให้ใช้ในโหมดกล้องอีกแล้วสิเนี่ย

Menu Navigation
ผมไม่แน่ใจว่าในรุ่นนี้จะมีธีมแบบใหม่ที่เปลี่ยนโครงสร้างของเมนู เหมือนกับของ W550i หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ มันรองรับ การแสดงผลของไฟล์แฟลช เช่นเดียวกับ K600i จากค่ายเดียวกัน จอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่ถึงระดับ QVGA ทำให้ดูอะไรได้ เต็มตาไปหมด ไม่ว่าจะเป็นฟอนท์ ไอคอนเมนู หรือแม้แต่ช่องมองภาพตอนถ่ายรูป อ้าว ผมนอกเรื่องไปไหนเนี่ย กลับมาดูกันต่อ ไอคอนทั้งหมดที่เรียงกันอยู่ในหน้าแรก จะมีอยู่ 12 รายการด้วยกัน เหมือนกับรุ่นที่ผ่านๆ มานั่นแหละ พร้อมกันนี้ก็ยังมีเมนูลัด ให้อยู่เหมือนเดิม แม้กระนั้นเอง ผมยังอยากทดสอบตัวเฟิร์มแวร์ที่สมบูรณ์แล้ว ตัวที่ผมถืออยู่นี้จะเข้าเมนูได้อืดไปหน่อย คงเป็นเพราะยังไม่สมบูรณ์ดีนั่นเอง

Flight mode เป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้แล้วสำหรับ วอล์คแมนโฟน จากโซนี่ อีริคสัน เผื่อว่าเราไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ แต่เราก็ยัง เปิดเครื่องเพื่อฟังเพลงได้นะ เพียงแต่ผมยังหาวิธีเพื่อเปิดโหมดนี้ ขณะเครื่องสแตนด์บายอยู่ไม่ได้เลย ต้องปิดแล้วเปิดใหม่สถาน เดียว อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เมนู Update Service ที่มีให้เห็นตั้งแต่ W550i แล้ว ซึ่งใช้สำหรับการตรวจสอบว่า มีเฟิร์มแวร์ ตัวใหม่ๆ ออกมาหรือยัง โดยเราสามารถจัดการได้เองเช่นเคยครับ

Walk 2gether with Walkman
ผมล่ะซึ้งเลยจริงๆ ที่ โซนี่ อีริคสัน ออกวอล์คแมนโฟนแบบทุ่มตลาด แต่ละรุ่นเรียงคิวเดือนต่อเดือน จนผู้ที่กำลังจะซื้อเริ่มหวั่น ว่าจะรอดีหรือจะซัดตัวเดิมเลยดี เนื่องจากแต่ละรุ่นก็มีความน่าสนใจด้วยกันทั้งนั้น แต่รุ่นไหนตอนนี้เราก็ไม่สน เรามาดูกันดีกว่าว่า W900i มีอะไรเจ๋งในหัวข้อนี้บ้าง อย่างแรกที่อยากให้เห็นก็คือ สายหูฟังที่แถมมาด้วย จะเป็นแบบ in-ear หรือแปลตาม ภาษาไทยว่า ทะลุเข้าไปในหูเลย ประมาณนั้น และส่วนนึงของสายก็จะมียางที่หยืดหยุ่นตามการบิดได้ ตรงนี้จะเป็นที่เอาไว้คล้องคอ ทำให้สายไม่ห้อยต่องแต่งครับ พอใส่เรียบร้อยแล้ว เราจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเลย ยกเว้นเสียงดนตรีจากเครื่อง ตรงกลางสาย ยังมีรีโมทเพื่อควบคุมการเล่นเพลง ทั้งจากไฟล์ MP3 หรือ วิทยุเอฟเอ็ม แถมมีจอสีส้มให้ด้วย เท่ากับว่าถ้ามือถือของเราอยู่ใน กระเป๋า ก็ไม่จำเป็นต้องหยิบขึ้นมา ใช้รีโมทที่ว่านี้บังคับแทนไปได้เลย

ลูกเล่นของมันดูแล้วก็เหมือนกับรุ่นก่อน ที่จะมีการเล่นเป็นรายการเพลง (Play lists) เล่นสุ่ม หรือเล่นซ้ำ รวมทั้งการปรับให้เป็น Stereo widening และการปรับอีควอไลเซอร์มากมายหลายแบบ ที่น่าสนใจก็เป็น Mega Bass TM และการปรับรูปแบบ ส่วนตัวของผู้ใช้ ทำให้เรามีทางเลือกในการฟังเพลงมากขึ้น เรื่องคุณภาพเสียงคงไม่ต้องพูดนะ ของเขาเอามาขายตัวนึงสองหมื่น บาททะลุ เสียงคงไม่เห่ยเหมือนเครื่องเล่น MP3 จากจีนแดงหรอก นอกจากนี้ ในโหมดของวอล์คแมนยังให้เราหาเพลงตามชื่อ เพลง หรือนักร้องก็ได้ ถือว่าจัดระเบียบได้ค่อนข้างดี

อีกส่วนหนึ่งจะเป็นวิทยุเอฟเอ็ม ที่ต้องเสียบสายหูฟังก่อนเหมือนเดิม ซึ่งผมคิดว่าภาครับสัญญาณไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่อง แต่กลับเป็น รีโมท ซึ่งมาทำหน้าที่ตรงนี้แทน ทำให้เราไม่สามารถบันทึกช่องสถานีได้เหมือนกับ W800i หรือ W550i ครับ เพราะฉะนั้น ระบบ RDS ก็ไม่มีให้เช่นกัน แต่อย่าลืมนะ สองตัวนั้นไม่ได้ให้รีโมทมา ข้อได้เปรียบเสียเปรียบ มันก็วัดกันตรงนี้แหละ

ในหมวดเมนูของวอล์คแมน เราจะเห็นได้ว่ามีตัววิดีโอโผล่ขึ้นมาด้วย ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่นวิดีโอ ไฟล์ที่รองรับก็จะเป็น MPEG4 และ 3GP เหมือนเดิม และยังดูแบบเต็มจอในแนวนอนได้ด้วย ลองคิดดูสิครับ ว่าจอมันใหญ่ขนาดนี้ แล้วจะดูหนังได้ สบายตาขนาดไหน จะโหลดหนังมาดูทั้งเรื่องไหวก็เอา แต่คงไม่มีใครทำหรอกมั้ง ดูในทีวี ดูในคอมน่าจะได้อรรถรสกว่าเป็นไหนๆ จึงน่าจะเหมาะกับคนที่ต้องเดินทาง แล้วมี้เวลาว่างนานๆ มากกว่า ส่วน Play Now TM ที่เอาไว้โหลดเพลง ยังคงมีให้ หากใคร อยากจะใช้ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอาเองนะ

256K Color QVGA Display
ถ้าเคยเห็นจอแสดงผลของ S700i มา แล้วคุณคิดว่าสวยสดใสสุดยอดแล้ว ผมว่าตัวนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันหรอก เพราะขนาดก็ เท่ากันที่ 240 x 320 พิกเซล และแสดงสีได้ 262,144 สี และเป็นสุดยอดจอ TFT ที่สวยงามไม่แพ้กัน มองจากตาเปล่าแบบ ไม่ได้เทียบ ถือว่าถอดแบบกันมาเห็นๆ อย่างไรก็ดี มันยังสามารถแสดงผลได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง โดยในแนวนอน จอขนาด QVGA นี้ จะทำหน้าที่คอยเป็นช่องมองภาพในโหมดถ่ายรูป ส่วนแนวตั้งก็ใช้แสดงผลทั่วไป (ไม่ต้องงง) ผมก็ไม่รู้จะเอาอะไรมา อธิบายแล้ว เพราะมันสวยจริง ด้านวอลเปเปอร์ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพียงเราตัดภาพขนาดเท่าจอ ยิงเข้าเครื่อง แล้วเปิดใช้ ก็จะได้ รูปสวยมาประดับมือถือกันแล้ว

MP3 through Loudspeaker
ไฟล์เสียงที่รองรับมีทั้ง MP3 และ AAC แล้วแต่เราจะเลือกมาใส่ และลำโพงที่อยู่ด้านหลังจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เหมือนเคย ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงโดยไม่ผ่านหูฟัง การใช้เป็นสปีกเกอร์โฟน การดูหนังพร้อมเสียง การเล่นเสียงเรียกเข้า ฯลฯ ซึ่งโดยปกติแล้ว โซนี่ อีริคสัน มักจะทำตรงจุดนี้ได้ดีเสมอ แต่ผมว่า W900i ออกจะด้อยกว่าตัว W800i และ W550i เล็กน้อย เนื่องจากตำแหน่งของลำโพงอยู่ในที่ที่ไม่ค่อยดี เวลาวางบนโต๊ะแล้วเสียงจะหายไปพอสมควร ทั้งเสียงบีบๆ ยังไงก็ไม่ทราบ เหมือนกัน

ส่วนเรื่องการปรับตั้งเสียงนั้น ก็จะมีโพรไฟล์ มาให้เลือกใช้ และยังปรับแต่งได้ง่ายขึ้นอีกด้วย เมื่อก่อนจำได้ว่า โพรไฟล์ของแบรนด์ นี้จะต้องเข้าไปเลือกที่รายการนั้นๆ ก่อน แล้วจึงค่อยทำการ Edit ทีหลัง คราวนี้ไม่ต้องเลือกก่อนเลย จะแก้อันไหนก็แล้วแต่สะดวก นอกจากเรื่องนี้แล้ว การใช้งานด้วยคำสั่งเสียง ช่วยอำนวยความสะดวกให้เรา ยามที่ไม่สามารถใช้มือกดได้ อย่างตอนขับรถ ก็เพียง แต่เปิดโหมด Magic Word เอาไว้ แล้วใช้เสียงของเราสั่งโทรออกได้ทันที โดยไม่ต้องกดปุ่มแม้แต่นิดเดียว

2 MP Digital Camera
กล้องของรุ่นนี้ถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากมีระบบออโต้โฟกัสอยู่ด้วย ทำให้ถ่ายภาพได้คมชัดยิ่งขึ้น อาจจะยังไม่คุ้น สำหรับคนที่ชอบจับกล้องขึ้นมาแล้วยิงเลย โดยยังไม่ได้รอให้กล้องทำการปรับโฟกัสก่อน ด้วยเหตุนี้เอง พอรูปถ่ายออกมาไม่สวย ไม่งาม ก็มาโทษว่ากล้องไม่ดี อันนี้ลองถามตัวเองก่อนนะครับ ว่ารอให้กล้องจับโฟกัสแล้วหรือยัง แน่นอนว่าเมื่อมีระบบนี้แล้ว การถ่ายระยะใกล้แบบมาโคร จึงเป็นความสามารถหลัก ที่อาศัยการขยับเขยื้อนของเลนส์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ นอกนั้นจะมี อะไรบ้าง เราลองมาดูกัน

การใช้งานก็ไม่ยาก แค่เพียงกดปุ่มชัตเตอร์ค้างเอาไว้ เครื่องจะพาคุณเข้าสู่โหมดกล้องในทันที สังเกตได้ว่าช่องมองภาพจะเลื่อน ตามวัตถุที่เราส่องไปไดอย่างรวดเร็ว (ไม่มี Lag) ส่วนของการปรับตั้ง เราเพียงกด Settings เพื่อเปิดโหมดการตั้งค่า โดยจะมี รายละเอียดดังนี้ Shoot mode (Normal / Panorama เป็นการถ่ายภาพในแนวยาว แล้วนำภาพที่ได้มาต่อกัน / Frames ถ่ายพร้อมกรอบรูป / Burst ถ่ายต่อเนื่อง / Self-portrait ถ่ายรูปตัวเองโดยใช้กล้องด้านหน้า) Picture size ( ปรับขนาดของ รูปภาพเป็น 1632 x 1224 / 640 x 480 / 160 x 120 พิกเซล) โดยที่ขนาดสุดท้ายนี่จะเป็นขนาดของภาพจากกล้องด้านหน้า ด้วย Auto focus เลือกให้เปิดหรือปิดได้ รวมถึงโหมดมาโครที่อยู่ในส่วนนี้เช่นกัน ถัดมาเป็นไนท์โหมด การเปิดแฟลช การตั้งเวลาถ่าย การใส่เอฟเฟ็คแบบต่างๆ (B&W / Negative / Sepia / Solarize) การปรับตั้งค่า White Balance 5 แบบ การเปิดปิดจุดวัดแสงกลางภาพ การเปิดปิดเสียงชัตเตอร์ การแสตมป์วันที่ลงบนภาพ และการปรับคุณภาพของรูปถ่าย บวกกับ การเลือกหน่วยความจำในการบันทึกภาพอีกด้วย


ข้ามมาที่กล้องถ่ายวิดีโอกันบ้าง โดยลูกเล่นที่เห็นอยู่จะคล้ายกับของกล้องธรรมดา อาจจะตัดบางฟังก์ชั่นออกไปบ้าง ก็เป็นเพราะว่า มันไม่สามารถใช้ได้ในการถ่ายภาพเคลื่อนไหวนั่นเอง การถ่ายจะเป็นไปในแบบไม่จำกัดระยะเวลา โดยปล่อยให้เป็นเรื่องของ เมมโมรี่ที่เหลือภายในเครื่อง ในขณะเดียวกัน กล้องด้านหน้าก็ยังเอามาใช้ถ่ายวิดีโอได้ด้วย แต่ขนาดจะเล็กลงมาที่ 176 x 144 พิกเซล อย่างไรก็ตามแต่ ในเรื่องของวิดีโอ คอลล์ ยังทดสอบไม่ได้ เพราะระบบเครือข่ายยังรองรับไม่ไหว การตั้งค่าต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผมจึงต้องขอข้ามไปครับ

จุดเปลี่ยนน่าจะอยู่ตรงนี้มากกว่า เรื่องคุณภาพของทั้งรูปถ่าย และคลิปวิดีโอ จัดได้ว่าดีมาก ภาพนิ่งมีความคมชัดสูง เนื่องจากมี ออโต้โฟกัสเข้ามาช่วยทำงานอีกแรงหนึ่ง ส่วนภาพเคลื่อนไหวก็มีขนาดใหญ่ราว 320 x 240 พิกเซล และให้ความคมชัดสูงมาก ผมยังไม่เคยเห็นกล้องมือถือตัวไหน ถ่ายวิดีโอได้ชัดขนาดนี้มาก่อน ข้าน้อยขอยกย่องจากใจจริง

480 MB Internal Memory
ไม่ให้หน่วยความจำมาซัก 1 กิกะไบต์เลยล่ะ (ประชด) ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ว่า W900i มีหน่วยความจำในเครื่องมากถึง 480 เมกะไบต์ จากการกดดูพื้นที่ใช้งานในส่วนต่างๆ แล้วนำมาบวกกัน แล้วยังเพิ่มได้ด้วย Memory Stick Pro Duo อีกต่างหาก ตามสเป็กบอกว่าเพิ่มได้สูงสุดถึง 2 กิกะไบต์ รวมแล้วเป็นฮาร์ดดิสก์ขนาดย่อมได้เลยนะเนี่ย เห็นว่าใช้เป็น Mass storage ได้ทันที เมื่อเสียบสายสองฝั่งเข้ากับคอมและ W900i แต่ผมไม่ได้สายดาต้ามา เลยไม่ได้ลองดูเหมือนกัน

Picture Phonebook
สมุดโทรศัพท์ยังไม่มีอะไรให้เห็นเป็นพิเศษ นอกเสียจากการแบ็คอัพเบอร์โทรศัพท์ แล้วเก็บไว้ในเมมโมรี่ สติ๊ก เผื่อวันดีคืนดีเบอร์ หาย หรืออยากเปลี่ยนเครื่องขึ้นมา ก็สามารถดึงเอาไฟล์ที่เราเก็บเอาไว้ มาใช้งานได้ทันที นี่ถือเป็นฟังก์ชั่นของสมาร์ทโฟนเลย นะเนี่ย นอกนั้นก็มีความสุดยอดเหมือนเคย ทั้งการเก็บเบอร์เอาไว้ในหน่วยความจำเครื่อง 1,000 รายการ การแยกเก็บเบอร์ชนิด ต่างๆ รวมถึงรายละเอียดที่จำเป็น การใส่รูปผู้โทรเข้าผูกติดกับเบอร์เอาไว้ เพื่อให้แสดงขึ้นมาตอนที่มีสายเข้า ส่วนการแยกริงโทน ให้แต่ละชื่อนั้น ไม่จำเป็นต้องพึ่ง Group อยู่แล้ว ซึ่ง Group เอาไว้ใช้ในการเลือกรับสายมากกว่า

Organizer & Tools
ด้านออแกไนเซอร์ของโซนี่ อีริคสัน ก็ไม่เคยด้อยกว่าแบรนด์ไหน แล้วยิ่งเป็นมือถือตัวไฮเอนด์แบบนี้ ยิ่งแล้วใหญ่ ในหมวดเมนู ออแกไนเซอร์ จะประกอบไปด้วยปฏิทิน 3 มุมมอง โดยเลือกใส่นัดหมาย พร้อมการเตือนเมื่อถึงเวลานัด โดยไม่มีการแยกประเภท ซึ่งผมก็คิดว่าไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ ขอให้ใส่รายละเอียดกับสถานที่ได้เป็นพอ ในส่วนของทาสก์ หรือรายการสิ่งที่ต้องทำ ก็จะให้เรา ใส่งานที่ต้องทำลงไป ในหมวดนี้เอง ยังมีการตั้งเตือนให้โทรถึงใครบางคนเมื่อถึงเวลาอีกด้วย และโน้ตเอาไว้สำหรับบันทึก ข้อความ

เครื่องมืออื่นยังมีให้เห็นอีกมากมาย ทั้งนาฬิกาจับเวลา นาฬิกานับถอยหลัง การใช้แฟลชด้านหลังมาเป็นไฟฉาย เครื่องคิดเลข และ Code memo ที่เอาไว้ใส่พาสเวิร์ดของผู้ใช้ การใช้งานเครื่องมือพวก DJ มีมาให้ครบครันอีกครั้ง ตั้งแต่ VideoDJ PhotoDJ และ MusicDJ ตัวผมเองไม่ค่อยถนัดมานั่งปรับแต่งในเครื่อง เลยดึงไฟล์พวกนี้ออกมาในคอมก่อน แล้วค่อยยิงกลับ เข้าไปใหม่ ดูจะสะดวกกว่า ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ W900i ยังรองรับการบันทึกเสียงด้วยความยาวที่ไม่จำกัดอีกต่างหาก ทำให้เรา นำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องต่างๆ ได้มากมาย ทั้งการอัดเสียงเลคเชอร์ของอาจารย์ หรืออัดเสียงสนทนา

Messaging System
W900i รองรับการใช้งานด้านข้อความครบทุกส่วน ทั้ง SMS EMS MMS และ E-mail โดยที่สองตัวหลังเก็บไว้ในหน่วย ความจำเครื่องได้แบบไม่จำกัด ส่วน SMS กับ EMS ผมก็ไม่เคยลองเก็บจนเต็มเหมือนกัน ในเครื่องก็ไม่ได้บอกเอาไว้ด้วยสิ ว่ามันมีความจุเท่าไหร่กันแน่ แม้กระนั้นเอง เราสามารถโอนข้อความสั้นทั้งหลาย เอามาเก็บไว้ในซิมได้ ตามเนื้อที่ที่เหลือ โดยปกติ แล้วก็ประมาณ 25 30 ข้อความ เลือกเฉพาะของคนสำคัญแล้วกันนะ

Java Games & Applications
เกมของรุ่นนี้มีอยู่ 3 อันด้วยกัน โดยเน้นไปที่เกม 3 มิติ ได้แก่ Asphalt 3D เป็นเกมรถแข่งที่ผมคุ้นมาก จำไม่ได้ว่าเคยเล่นจาก มือถือรุ่นไหนแล้ว และ Power Ball Arcade ที่ให้เราบังคับลูกบอลไปตามซอกตึก และเด้งไปมา เก็บของให้ได้คะแนน อีกเกม หนึ่งจะเป็นเกมคล้ายกับ Tetris โบราณ แต่อันนี้เป็นการเรียงตัวโน้ต แทนที่จะเรียงอิฐบล็อค ความสนุกของแต่ละเกมถือว่าแก้เบื่อ ได้ไม่น้อยครับ นอกจากเกมแล้ว แอพพลิเคชั่นที่เป็นจาวาก็มีอยู่ 3 ตัว เท่ากัน อันแรกชื่อ Converter ที่ใช้ในการแปลงหน่วย Face Warp ใช้เพื่อตกแต่งหน้าตาตลกๆ ให้กับภาพ เช่น จมูกโต จมูกเล็ก หน้าตาน่าเบื่อ หน้าโง่ หน้ายาวเป็นม้า ฯลฯ และสุดท้ายคือ Music Mate โปรแกรมสอนเล่นดนตรี อย่างกีตาร์ จะบอกถึงว่าคอร์ดนี้กดยังไง โน้ตเปียโนว่าตัวไหนเป็นอะไร ซึ่งผมเป็นคนโง่เรื่องดนตรีมาก ขอผ่านไปดื้อๆ เลยแล้วกัน

Connectivity
ไม่มีอะไรต้องพูดมากมายอีกเช่นเคย เพราะโซนี่ อีริคสัน ใจดี ให้การเชื่อมต่อมาครบทุกทางเสมอ อินฟราเรด บลูทูธ และสายดาต้า มีให้ครบทุกอย่างแล้ว บวกกับการใช้บลูทูธรีโมท เพื่อบังคับเม้าส์ของพีซีได้ พูดถึงเรื่องการเชื่อมต่อกับเครือข่ายดีกว่า อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่า W900i เป็นมือถือในยุคที่ 3 (3G) หรือที่เห็นว่าเป็นการรองรับ UTMS นั่นแหละ ตรงนี้ทำให้เราสื่อสาร และส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงได้สูงสุดถึง 384 เมกะบิต ต่อวินาที สูงกว่า GPRS ประมาณหกเท่า แต่ก็เป็นอีกครั้ง ที่คุณผู้อ่าน และตัวกระผมเอง ไม่สามารถที่จะทดลองใช้ได้ อาจจะต้องรอไปถึงปีหน้า ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่าจะใช้งานได้จริงหรือเปล่า เท่าที่มี ตอนนี้ก็คือ GPRS Class 10 ในเครื่อง โดยเปิดหน้าแว็ปหรือเว็บ (HTML) ได้ทันที เพราะรองรับ NetFront เบราเซอร์ ตัวเก่งในมือถือครับ แต่ผมยังไม่เห็นว่ามันจะใช้งานได้อย่างไร เนื่องจากซิมที่ผมใช้อยู่เป็นของ AIS พอเปิดหน้าเว็บของ What Phone มันก็จัดหน้าให้เรียบร้อยแล้ว ต้องโทษระบบนะเนี่ย ^^

Final Opinion & Conclusion
เมื่อลองเล่นและทดสอบมานานพอสมควร ผมค่อนข้างพอใจในตัวของรุ่นนี้มาก สิ่งที่ดึงความสนใจผมได้มากที่สุดเห็นจะเป็น เรื่องของกล้องดิจิตอล และกล้องวิดีโอ ที่ถ่ายภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวได้ชัดสุดยอด อ่าว ไหง Walkman phone ถึงมาเด่น เรื่องกล้องได้ล่ะ ก็จุดนี้มันดีจริงๆ นี่นา ส่วนของเครื่องเล่นเพลง อันนี้ต้องยกให้ทาง SE อยู่แล้ว อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยคือ หน่วยความจำที่ใหญ่ที่สุด เท่าที่มือถือจะเคยอุบัติขึ้นในสยามประเทศ ด้วยเหตุประการฉะนี้ ทำให้ Sony Ericsson W900i เป็นหนึ่งเดียว ของผู้ที่ชื่นชอบโทรศัพท์มัลติมีเดีย แบบเต็มรูปแบบครับ

Strength(ข้อดี)

-กล้อง 2 ล้านพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัสและมาโคร
-ถ่ายวิดีโอได้ชัดที่สุดในบรรดากล้องมือถือ (เท่าที่ผู้เขียนเคยเห็น)
-หน่วยความจำขนาดมหึมา 480 เมกะไบต์ และเพิ่มได้อีก
-หูฟังแบบ in-ear มีรีโมทและภาครับวิทยุในตัว
-รองรับระบบในอนาคตอย่าง UMTS
-จอแสดงผลสวยงามด้วย TFT 256K
-รองรับการเล่นไฟล์ swf ของ Macromedia Flash Lite

Weakness(ข้อเสีย)

-ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก
-ตัวหมุนฝาเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ ดีดตัวค่อนข้างแรง
-พอร์ทแบบใหม่ของ SE ไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์สองอย่างพร้อมกันได้
-กล้องด้านหน้าใช้ถ่ายรูป และวิดีโอได้ขนาดเล็ก




edit @ 2007/09/16 17:09:28

2007/Sep/14

Sony Ericsson W610i

หลังจากการปรับปรุงเรื่องดีไซน์ครั้งยิ่งใหญ่ ผมกลับไม่ชอบโทรศัพท์จากเอสอีเท่าใดนัก ดูแล้วมันไม่โดนยังไงก็ไม่ทราบ แต่สำหรับ W610i กลับต่างออกไป เห็นทีว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนการออกแบบกันไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความลงตัวมากที่สุด

สัดส่วนภายนอก
สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอีกอย่างก็คือ ขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด โดยปกติแล้วค่ายนี้ไม่ค่อยสนใจเรื่องขนาดกับเขาเท่าไหร่ ดูอย่าง K790i W830i หรือ Z610i สิ ตัวเบ้อเริ่มทั้งนั้น ไม่ว่าจะซีรี่ยส์ไหนก็บิ๊กเบิ้มกว่าเจ้าอื่น ในขณะเดียวกัน W610i มีทรวดทรงที่ย่อมลงกว่าเดิมแล้ว น่าจะถูกใจหลายคนล่ะทีนี้

ส่วนประกอบโดยรอบไม่ได้มีอะไรผิดแผกแหวกแนวไปจากรุ่นอื่น จุดเด่นภายนอกของวอล์คแมน โฟนยังน่าจะอยู่ที่ปุ่มเล่นเพลง ที่เลือกปรับเปลี่ยนให้เล่นวิทยุ หรือเครื่องเล่นเพลงได้ โดยปุ่มดังกล่าวนี้จะอยู่ทางด้านซ้ายของเครื่อง เช่นเดียวกับช่องเสียบการ์ดชนิดเมมโมรี่ สติ๊ก ไมโคร และพอร์ตรับพลังงานไฟฟ้าจากอแด็ปเตอร์ ในทางตรงกันข้าม ด้านขวาจะเป็นปุ่มปรับเสียง และชัตเตอร์สองจังหวะสำหรับการถ่ายภาพด้วยออโต้ โฟกัส ซึ่งไม่น่าจะมีให้เห็นในวอล์คแมน โฟนรุ่นหลังๆ ด้วยซ้ำ

พอร์ตอินฟราเรดสำหรับรุ่นนี้จะติดอยู่ที่ด้านบน ใกล้กับปุ่มเปิดปิดเครื่องที่เอาไว้เปลี่ยนโพรไฟล์ได้หลายแบบ และแผ่นหลังของ W610i จะประกอบไปด้วยเลนส์กล้อง ไฟส่องถ่ายภาพ ลำโพงมัลติมีเดีย และกระจกส่องถ่ายภาพ โดยส่วนของด้านล่างทั้งหมดจะเป็นฝาครอบแบตเตอรี่ที่มีโลโก้วอล์คแมนเป็นกระจกอยู่

ชำแหละเครื่องใน
เครื่องเล่นเพลงวอล์คแมนในตัวของรุ่นนี้ยังเป็นเวอร์ชั่น 2.0 เหมือนเคย ซึ่งพัฒนาเรื่องการแสดงผลมากกว่าเรื่องคุณภาพสำหรับการเล่นเพลง อย่างที่หน้าจอหลักจะมีการแสดงภาพอัลบั้มเหมือนกับที่ผมเคยบอกไปแล้วในหลายรุ่น อีกทั้งมีการเปลี่ยนสกินและวิชวลไลเซชั่นของเครื่องเล่น ส่วนการปรับแต่งเรื่องเสียงก็เป็นพวกอีควอไลเซอร์ สเตอริโอ ไวเดนนิ่ง ที่มีมานานแล้ว

เรื่องไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่ออยู่ที่กล้องถ่ายภาพ ซึ่งรุ่นนี้มีระบบออโต้ โฟกัสมาให้ แถมมีลูกเล่นในการปรับแต่งที่เยอะพอตัวเลยทีเดียว อย่างเช่น การเปลี่ยนโหมดวัดแสงเป็นแบบสป็อต (จุดกลางภาพ) หรือการปรับซีนสำหรับถ่ายภาพ เพื่อตอบสนองนักถ่ายมือใหม่ให้ได้ถ่ายภาพสวยๆ เก็บลงสต็อค

เมื่อได้รูปถ่ายมาแล้ว แต่มันยังสวยไม่ได้อย่างใจ ในเครื่องยังมีโปรแกรมโฟโต้ ดีเจ ที่เป็นเครื่องมือแต่งภาพอย่างง่ายรอคุณอยู่ ถ่ายมาเจอคนตาแดงตาปีศาจก็ลบได้ ภาพมืดไปก็ปรับให้สว่างได้ แต่ถ้านายแบบหรือนางแบบไม่หล่อไม่สวย อันนี้ไม่รู้ว่าเครื่องจะแก้ให้ได้ยังไงเหมือนกัน

ข้อมูลด้านเมมโมรี่ยังเป็นที่สับสนอยู่เล็กน้อย เนื่องจากตอนแรกเอสอีระบุว่าตัวนี้มีหน่วยความจำในตัวแค่ 16 เมกะไบต์ พอเอาเข้าจริงกลับเขียนว่าเป็น 64 เมกะไบต์ และท้ายสุดเมื่อผมกดดูในเครื่อง กลับพบว่าเหลือเมมโมรี่ที่ยังไม่ได้ใช้งานอยู่ถึง 72 เมกะไบต์ เอาเป็นว่าเราเชื่อในสิ่งที่เห็นดีกว่าเนอะ ส่วนการต่อเติมเสริมความจุ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเอ็มทูได้เลย ซึ่งการ์ดขนาดใหญ่สุดน่าจะเท่ากับ 1 กิ๊กเหมือนเดิม

รุ่นไหนที่สนับสนุนการใช้งานในเครือข่ายยูเอ็มทีเอส เอสอีมักจะตัดเอดจ์ออกไป สำหรับ W610i แล้วไม่ได้รองรับ 3 จี จึงมีเอดจ์มาให้ พร้อมกับการรับส่งข้อมูลในระยะสั้นอย่างบลูทูธ 2.0 ซึ่งรองรับโพรไฟล์เอทูดีพี และยังมีอินฟราเรดอีกต่างหาก ส่วนสายดาต้าก็ทำให้เมมโมรี่ในเครื่องกลายเป็นมาส สตอเรจได้เช่นกัน

กูรูฟันธง
ผมว่ารุ่นนี้น่าจะคุ้มเงินมากกว่า W880i ด้วยซ้ำไป ซึ่งแน่นอนว่าราคาต้องถูกกว่าด้วยเหตุผลเรื่องการดีไซน์ และจอแสดงผล หากใครอยากได้มือถือฟังเพลงเจ๋งๆ ซักตัว เชื่อได้ว่าในใจต้องมีตัวเลือกของวอล์คแมน โฟนอยู่แน่ แต่อาจจะติดปัญหาเรื่องงบในการใช้จ่ายบ้าง แต่เชื่อเถอะว่ายอมเก็บเงิน เพื่อแลกกับ W610i ดีกว่า เพราะคุณจะไม่ผิดหวัง เครื่องเล่นเพลงเอย กล้องเอย การเชื่อมต่อเอย ผมว่าสิ่งสำคัญเหล่านี้นี่แหละที่สร้างความแตกต่างให้กับโทรศัพท์แบรนด์เนม และโออีเอ็มอย่างแท้จริง

ข้อดี

  • เครื่องเล่นเพลงวอล์คแมน 2.0
  • เมมโมรี่ภายในมีขนาดใหญ่ และเพิ่มด้วยเอ็มทู
  • กล้องดิจิตอล 2.0 ล้านพิกเซล พร้อมออโต้ โฟกัส และไฟส่อง
  • การเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ (เอทูดีพี) อินฟราเรด และเอดจ์
  • วิทยุเอฟเอ็ม บันทึกช่องสถานีได้ 20 รายการ
  • โปรแกรมไฟฉายที่มีประโยชน์ไม่น้อย

ข้อเสีย

  • จอแบบทีเอฟดีที่ยังแจ่มสู้ทีเอฟทีไม่ได้
  • การถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดต่ำ
  • คุณภาพของรูปถ่ายยังสู้ไซเบอร์ช็อต โฟนไม่ได้
  • ลำดับความสำคัญในรายการสิ่งที่ต้องทำไม่ได้

edit @ 2007/09/16 15:48:36

2007/Sep/13

Sony Ericsson W810i

Physical Overview

จอแสดงผล จากการสังเกตและเปรียบเทียบ จอแสดงผลของรุ่นนี้มีความสว่างกว่ารุ่นเดิมอยู่เล็กน้อย สามารถปรับ ระดับได้ตามความพอใจ โดยความละเอียดของมันอยู่ที่ 176 x 220 พิกเซล ด้วยจอ TFT 262,144 สี ทำให้ส่งผ่าน ความประทับใจออกมาเป็นภาพสีสันสดใสได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งหากคุณได้ลองโหลดธีมที่ชอบมาใส่แล้วล่ะก็ รับรองติดใจ แน่นอน

เซ็นเซอร์รับแสง นี่คือความแตกต่างของ W810i และ W800i ที่เห็นได้จากภายนอกยกเว้นเรื่องการออกแบบ เซ็นเซอร์ตัวนี้ทำหน้าที่ในการรับแสงเพื่อเปิดปิดไฟแบ็คไลท์หลังปุ่มกด หากที่ที่คุณอยู่มีความสว่างมากพอ ไฟจะไม่ติด และกลับกันถ้าแสงสว่างน้อยลง ไฟด้านหลังจะติดขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ

แผงปุ่มกด ช่วงบนจะมีปุ่มกดที่ไว้ใช้ควบคุมได้หลากหลาย การดีไซน์ของมันจะเป็นรูปวงกลม ที่มีลักษณะคล้ายกับ สัญลักษณ์ของวอล์คแมน (W) จุดที่โดดเด่นออกมาเห็นจะเป็นปุ่มลัดเข้าสู่เมนูของวอล์คแมน ซึ่งเป็นสีส้มตัดกับสีดำ ของตัวเครื่องได้อย่างลงตัว และในส่วนของปุ่มจอยสติ๊กเดิมนั้นไม่มีให้เห็นในรุ่นนี้ ส่วนตัวแล้วผมชอบแบบนี้มากกว่านะ

ด้านซ้ายของเครื่อง มีตัวสกรีนเป็นแนวยาวเอาไว้เลยว่า WALKMAN พร้อมกับปุ่มลัดเข้าสู่โลกแห่งดนตรีที่อยู่ ใกล้กัน โดยเราเลือกได้ว่าจะให้เปิดเครื่องเล่นเพลงเอ็มพีสามหรือว่าวิทยุ ด้านล่างจะเป็นช่องเสียบการ์ดชนิดเมมโมรี่สติ๊ก โปร ดูโอ ที่มีความเหนียวแน่นซะเหลือเกิน ขนาดผู้ใช้จะแกะเองยังยาก ถ้างั้นก็หมายความว่ามันจะไม่หลุดออกมาเอง แน่นอน

ด้านขวาของเครื่อง ปุ่มชัตเตอร์ที่ทำเอาไว้เป็นสองจังหวะ เมื่อกดครั้งแรกเบาๆ ก็เพื่อให้กล้องปรับหาโฟกัสที่ถูกต้อง ที่สุด และพอกดอีกครั้งจะเป็นการจับภาพ นอกจากนี้แล้วมันยังใช้สำหรับการถ่ายวิดีโออีกด้วยนะ อีกส่วนนึงจะเป็น ปุ่มปรับเสียงขณธสนทนา พร้อมใช้ในการซูมภาพขณะถ่ายรูปอีกต่างหาก

ด้านบนของเครื่อง ปุ่มเปิดปิดของมือถือแบรนด์นี้ ระยะหลังจะใช้ในการล็อคปุ่ม ปิดเสียง และเปลี่ยนโพรไฟล์ได้ อีกด้วย ทำให้เราใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนที่อยู่ถัดไปจะเป็นช่องอินฟราเรดขนาดเล็ก ซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจาก รุ่นก่อน แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกไร้ปัญหา

ด้านหลังของเครื่อง ด้วยคอนเซ็ปท์ที่ยึดเอารูปวงกลมมาใช้เสียเป็นส่วนใหญ่ ด้านหลังนี้ก็เข้ากับแนวคิดที่ว่า ทั้งเลนส์ กล้อง รูลำโพงมัลติมีเดีย พื้นหลังที่เป็นสีดำเงา และโลโก้ของโซนี่ อีริคสันเองด้วย จึงดูเข้ากันกับตัวเครื่องได้ลงตัวเป๊ะ อ้อ ไฟส่องถ่ายรูปของมันมีความสว่างแสบตาดีเช่นเดิม ทั้งใช้เป็นไฟฉายในเวลากลางคืนได้อีกด้วย

การประกอบและวัสดุ ไม่มีผิดคาดอยู่แล้วสำหรับ W810i รุ่นก่อนเคยทำมาอย่างไร รุ่นนี้ทำได้แบบไม่มีที่ติ ยกไว้ ให้อย่างคือ ตรงปุ่มบังคับทิศทางที่เป็นสีเงินโครเมี่ยมแบบด้านเคลือบอยู่ เมื่อใช้ไปนานเข้าอาจจะลอกได้ เพราะว่าพื้นผิว ของมันเป็นร่องเล็กๆ อยู่ ทำให้สีเข้าไปไม่ถึงเนื้อ ระวังกันหน่อยไม่น่าจะเสียหายนะ

Main Feature

WALKMAN as the Music Player
ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมิวสิคโฟน คนที่จะซื้อไปใช้คงไม่ได้เอาไปโทรศัพท์อย่างเดียวแน่ การเล่นเพลงของ W810i ยังคงใช้ระบบของ วอล์คแมนเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นชิปในการประมวลผลหรือซอฟท์แวร์ภายในล้วนแล้วแต่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ถ้างั้น เรามาดูถึงลูกเล่นของมันกันเลยดีกว่าเนอะ

เมื่อกดเริ่มเมนูขึ้นมาแล้ว เราจะเห็นหน้าแรกของวอล์คแมนว่ามีการแยกเพลงออกตามประเภทต่างๆ ทั้งชื่อนักร้องและอัลบั้ม หรือจะเรียงตามแทร็คแบบเดิมก็ได้ หากต้องการฟังเพลงโปรดของเราเท่านั้นก็เพียงจับยัดลง Playlists เท่านั้น นอกจากนี้แล้ว มันยังสามารถเล่นวิดีโอแบบเต็มจอแนวนอนได้อีกต่างหาก แม้ว่าขนาดของจอจะไม่กว้างใหญ่ไพศาลนัก แต่เก็บคลิปหรือเทรลเลอร์ หนังเอาไว้ดูมันก็เพลินดีเหมือนกันนะ

ระบบอีควอไลเซอร์ของ W810i ยังคงใช้ Mega Bass มาเป็นตัวผลักดันเสียงเบสให้หนักขึ้นตามสไตล์ของโซนี่ ส่วนอื่นยังมี การปรับ Normal Bass Voice และ Treble boost เพื่อให้เข้ากับความชอบของแต่ละคน นอกจากนี้ การปรับแบบแมนวล ดูจะละเอียดยิบย่อยกว่าตัวอื่นใด

การใช้งานเป็นแบ็คกราวนด์มิวสิคก็ทำได้ โดยขณะที่เราเปิดเครื่องเล่นเพลงอยู่ เราสามารถใช้งานฟังก์ชั่นอื่นไปพร้อมกันโดยไม่ ติดขัด บวกกับการเล่นเพลงแบบสุ่มและซ้ำก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ขาดอะไรไปแล้วมั้ง

เรื่องคุณภาพเสียงผมไม่รู้จะเอาอะไรมาวัดเหมือนกัน ที่รู้อย่างเดียวคือ เมื่อใช้งานร่วมกับหูฟังแบบอินเอียร์ของมันแล้ว เบสมันตุ้บๆ เหลือเกิน ขนาดยังไม่ได้อัดเมก้าเบสนะเนี่ย สำหรับคนที่ชอบเสียงแนวนี้แล้ว น่าจะติดใจได้ไม่ยากเลยครับ

นอกเหนือจากการเล่นเพลงที่เป็นไฟล์ MP3 AAC หรือ M4A แล้ว W810i ยังมีวิทยุเอฟเอ็มให้ในตัว พร้อมที่จะสำรองทันที เมื่อเพลงในสต็อคของคุณหมดแล้ว โดยลูกเล่นที่มีมาหลายรุ่นแล้วคือ RDS หรือ Radio Data System ซึ่งทำให้คุณ ไม่เพียงแต่เพลิดเพลินกับเพลงจากทางสถานีอย่างเดียว ทว่ายังมีข้อมูลรายงานไปบนหน้าจอโทรศัพท์ของคุณด้วย ด้านลูกเล่นแบบ ปกตินั้นประกอบไปด้วย การหาคลื่นแบบอัตโนมัติการบันทึกช่องสถานี 20 รายการ การฟังผ่านลำโพงด้านนอก และการระบุคลื่น ด้วยการพิมพ์ตัวเลข การรับสัญญาณอาจจะต้องอยู่ในที่แจ้งเพื่อคุณภาพเสียงที่ดี แต่นั่นเป็นเรื่องปกติของวิทยุในโทรศัพท์มือถือ อยู่แล้ว จึงไม่จัดว่าเป็นข้อเสียของรุ่นครับ อ้อ เวลาใช้งานอย่าลืมชูคอเอาไว้สูงๆ นะ เพราะหูฟังมันทำหน้าที่เป็นเสาอากาศด้วยไง ฮิฮิ

2 Mega Pixel Digital Camera

อันนี้เขาสร้างชื่อมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะฉะนั้น เราก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าความสามารถของมันจะลดลง กล้องระดับ 2 เมกะพิกเซล ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมในเรื่องของคุณภาพรูปถ่ายและลูกเล่นโดยรวม ผมจะมาแจงให้ดูทีละรายการเลยนะครับ

อันดับแรกต้องเป็นเรื่องความละเอียด รุ่นนี้ทำได้สูงสุดที่ 1632 x 1224 640 x 480 และ 160 x 120 พิกเซลตามลำดับ การถ่าย ต่อเนื่องในรูปแบบที่เรียกว่า เบิร์สท์ โหมด การถ่ายพาโนรามาที่เอาภาพมาเรียงต่อกันเป็นภาพยาว และการใส่กรอบอีก 12 แบบ นอกจากนี้ ไม้เด็ดของมันคือ การที่เลนส์กล้องสามารถขยับเขยื้อนเพื่อใช้งานในระบบออโต้ โฟกัส และมาโครโหมดได้ หากเป็น กล้องในมือถือทั่วไป พอเข้าใกล้หรือออกห่างเกินระยะชัดแล้วก็เน่าทันที แต่ข้อเสียเหล่านี้หมดไปด้วยระบบที่ว่าครับ

ลูกเล่นอย่างอื่นยังมีอีกเพียบ ทั้งการซูม การเพิ่มและลดความสว่าง ไนท์โหมด การใช้ไฟส่องถ่ายในที่มืด การใส่เอฟเฟ็ค 4 แบบ ได้แก่ ขาวดำ ซีเปีย เนกาทีฟ และโซลาไรซ์ สมดุลย์แสงขาวก็เลือกปรับได้ 5 แบบ ง่ายที่สุดคือ อัตโนมัติ ตามมาด้วย Daylight Cloudy Fluorescent และ Incandescent ส่วนที่เหลือจะเป็นการปรับคุณภาพ การเปลี่ยนเสียงชัตเตอร์ และการพิมพ์วันที่ ลงบนภาพครับ

ตัวอย่างรูปถ่าย

ด้านภาพเคลื่อนไหว W810i ยังทำความละเอียดได้เพียง 176 x 144 พิกเซล คุณภาพของคลิปถือว่าปานกลาง ไม่ได้โดดเด่นหรือ แย่เกินไป ทว่าที่ผมต้องการเป็นเรื่องของขนาดมากกว่า จริงแล้วโซนี่ อีริคสันน่าจะปรับให้เป็นซัก 320 x 240 พิกเซลได้แล้ว เพื่อ การรับชมที่เต็มตาหน่อย อย่างไรก็ตาม ลูกเล่นของมันจะเหมือนกับกล้องภาพนิ่งนั่นแหละ ตัดออกไปบางตัวอย่างการถ่ายต่อเนื่อง เพราะไม่รู้จะใส่มาทำไม ใช่ไหมล่ะครับ

Connectivity
จุดนี้ดูจะเพิ่มความสนใจให้ได้ไม่น้อย เพราะถือเป็นความแตกต่างที่ใส่ลงมาเพื่อให้เหนือกว่า W800i ตัวเดิม นั่นก็คือการเชื่อมต่อ ด้วยเอดจ์ (EDGE) ครับ ที่หน้าจอขณะสแตนด์บายตรงแถบสัญญาณจะมีตัวอักษร E หรือ G อยู่ หากพื้นที่นั้นมีเครือข่ายเอดจ์ ครอบคลุมก็จะขึ้นเป็นตัว E แทนที่จะใช้จีพีอาร์เอสเหมือนเดิม ด้านความเร็วในการรับส่งคงไม่ต้องพูดถึง เพราะต้องดีกว่าของเดิม แน่ ทว่าขึ้นอยู่กับเน็ตเวิร์คในขณะนั้นด้วยว่าหนาแน่นจนทำให้มันหนืดหรือเปล่า ตามสเป็กระบุมาแล้วว่าเป็นคลาส 10 ทั้งคู่ ถือว่า มีมาให้แล้วก็ขอให้มันสุดๆ ไปเลยแล้วกัน

เห็นว่าตัวเบราเซอร์ที่อยู่ในเครื่องใช้ของเน็ตฟร้อนท์ที่เปิดดูหน้าเว็บที่มีจาวาสคริปต์ได้ รวมทั้งเข้ารหัสเว็บที่มีซิเคียวริตี้ โปรโตคอล รองรับการเปิดหน้าเอชทีเอ็มแอล หมดนี่ดูแล้วก็ไม่ได้ต่างจากเบราเซอร์ในคอมเลยนะเนี่ย

ระหว่างเครื่องต่อเครื่อง W810i อำนวยความสะดวกให้ด้วยบลูทูธ เวอร์ชั่น 1.2 โดยจะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลายชนิด ภายในเวลาเดียวกันได้ เมื่อเราทำการจับคู่กับคอมพิวเตอร์ตัวเก่งแล้ว มันยังใช้งานเป็นรีโมทเพื่อควบคุมการนำเสนองาน เครื่องเล่นเพลง รวมถึงการใช้งานแทนเม้าส์ทั่วไปได้ บวกเพิ่มด้วยอินฟราเรด และสายดาต้าที่ต่อกับยูเอสบีพอร์ท ซึ่งแน่นอนว่า แถมมาในกล่องให้เป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะออกมากี่รุ่น โซนี่ อีริคสันยังคงไม่เคยบกพร่องด้านการเชื่อมต่อไปแม้แต่รุ่นเดียว

Additional Feature

Organizer
ระบบจัดการไฟล์ตัวใหม่ดูมีข้อแตกต่างจากของเดิมเล็กน้อย นั่นคือ การจำแนกไฟล์ของทั้งสองหน่วยความจำออกจากกัน โฟลเดอร์ เดิมยังคงอยู่ แต่เราสามารถเลือกดูไฟล์ที่อยู่ในเมมโมรี่ของเครื่อง ในการ์ด หรือทั้งสองชนิดรวมกันได้ ผมยังไม่ค่อยเห็นประโยชน์ เท่าไหร่ เพราะส่วนตัวไม่ได้ซีเรียสจุดนี้ เอาเป็นว่าถือเป็นการพัฒนาแล้วกัน

นอกนั้น ออแกไนเซอร์โดยทั่วไปแล้วยังใช้งานได้เทียบเท่าสมาร์ทโฟน เพราะการบันทึกนัดหมายลงปฏิทิน การสร้างรายการ สิ่งที่ต้องทำ และโน้ตย่อสามารถใส่รายละเอียดได้ยิบย่อยดีเหลือเกิน ทั้งยังซิ้งค์ข้อมูลกับเอ้าท์ลุคได้แบบตรงฟีลด์ ไม่มีปัญหาอะไร ทำให้หงุดหงิดใจเลย

ในส่วนนี้ยังมีของเล่นให้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเครื่องอัดเสียง เป็นเครื่องคิดเลข นาฬิกาจับเวลา นาฬิกานับถอยหลัง ฟังก์ชั่นการใช้ ไฟส่องถ่ายรูปมาเป็นไฟฉายหรือส่งสัญญาณเอสโอเอส และตัวจดจำพาสเวิร์ดที่เรียกว่า โค้ด เมมโม ครับ

Picture Phonebook
คนส่วนมากย่อมมีเบอร์ที่ให้ติดต่อมากกว่าหนึ่งเบอร์อยู่แล้ว อาจจะมีเบอร์มือถือสองเบอร์ด้วยซ้ำ จุดเด่นของสมุดโทรศัพท์ก็คือ การเก็บรายละเอียดที่เข้มข้นนั่นแหละครับ ไม่ว่าจะเบอร์บ้าน มือถือ แฟ็กซ์ ที่อยู่ ตำแหน่ง วันเกิด ข้อมูลทั่วไป ฯลฯ สามารถจุไว้ ในนี้ได้ทั้งหมด รวมทั้งการเปลี่ยนเสียงรายบุคคล และที่สำคัญคือ ต้องใส่ภาพลงไปได้ เมื่อสายนั้นโทรเข้ามา เราก็จะเห็นหน้าเขา อย่างชัดเจนรูปเบ้อเริ่มเลย สุดท้ายคือการหารายชื่อด้วยตัวอักษรหลายตัว ซึ่งทำได้แล้วนะครับ ทีนี้ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะหาเบอร์ ได้ยากอีกต่อไป

อย่าลืมว่ามือถือจากยี่ห้อนี้ยังคงมีฟังก์ชั่นการปฏิเสธสายเช่นเคย โดยตั้งเป็นสายที่ต้องการรับ ไม่ใช่บล็อคเบอร์นะครับ โดยคอนเซ็ปท์แล้วถือว่าจัดการสายที่ไม่อยากคุยได้เหมือนกัน

Voice Functions
อันนี้ไม่ใช่ฟังก์ชั่นใหม่อะไร แต่ผมถือว่ายังใช้งานได้เสมอยามที่เราขับรถอยู่ ภายในเมนูอันนี้ประกอบไปด้วยการโทรออกด้วยเสียง การตอบรับสายด้วยเสียง การบอกชื่อที่ได้อัดเสียงเอาไว้ตอนเบอร์นั้นโทรเข้ามา และแมจิค เวิร์ดที่เป็นตัวเปิดคำสั่งเสียงให้เรา โดยไม่ต้องกดปุ่มแม้แต่ปุ่มเดียว สมมุตินะครับว่า มีคนโทรเข้ามา แล้วเบอร์นั้นเราบันทึกชื่อของเขาไว้เป็นเสียงแล้ว เสียงมันก็จะดัง ออกมาผ่านหูฟังว่าคนนี้โทรมานะ ไม่ต้องก้มหน้าลงไปดูจอด้วยซ้ำ จากนั้นก็พูดไปเลยว่า รับสาย เครื่องมันทำหน้าที่รับสายโดย อัตโนมัติ แทบจะถอดปุ่มทิ้งไปได้เลยนะเนี่ย

Java Applications
ผมชอบอย่างนึงตรงที่การติดตั้งจาวาของรุ่นนี้เพียงส่งไฟล์ JAR เข้าไปในเครื่องก็ใช้งานได้แล้ว ซึ่งแม้แต่ดิคชันนารีที่มี ชนาดใหญ่ยังยัดลงไปได้โดยปราศจากปัญหา ส่วนโปรแกรมและเกมในเครื่องผมไม่แน่ใจว่า พอตัวจริงออกวางขายแล้วจะมีให้ เยอะกว่าตัวทดสอบนี้ไหม ภายในจะมีเกมอยู่ตัวชื่อ Johnny Crash Does Texas คือตัวเองของเราจะเป็นสตั๊นท์แมน ที่ต้องบินไปทำภารกิจต่างๆ ทั้งมันและฮา ผมรับรองว่าคุณต้องชอบครับ อีกโปรแกรมจะเป็น News Reader ที่ทำงานร่วมกับ อาร์เอสเอส ฟีด เอาไว้อ่านข่าวผ่านมือถือไงครับ

Final Opinion & Conclusion
W810i ถือเป็นอีกรุ่นที่ผมได้ใช้เวลาในการทดสอบมากที่สุด ทั้งใช้งานอยู่ที่บ้าน ไปเที่ยว ไปสอบ หรือติดตัวไปเรียน ผมไม่เห็น อาการเกเรของมันแม้แต่นิดเดียว น่าประทับใจจนอยากจะเอามาเป็นเจ้าของซะ ข้อดีที่พบได้จากการใช้จริงคือ การเล่นเพลงที่ให้ เสียงผ่านหูฟังได้อย่างไพเราะ การถ่ายรูปที่ให้ภาพคมชัด การใช้งานเป็นโมเด็มผ่านเครือข่ายเอดจ์ และดิคชันนารีที่เป็นจาวา ที่ลงเพิ่มภายหลังได้ สร้างความเป็นเลิศสำหรับมือถือตัวนึงที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟนสามารถทำได้ หากคุณมีความประทับใจที่ได้อ่าน บทความอันนี้แล้ว รับรองว่าถ้าคุณได้ลอง Sony Ericsson W810i ด้วยตัวเองแล้วจะยิ่งติดใจ

On Focus
หูฟังที่เป็นแบบอินเอียร์มีส่วนช่วยทำให้เก็บเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไปได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เสียงยิ่งมีพลังแต่ก็ไม่ควรเปิดดังจนเกินไป นะครับ ส่วนตรงข้อต่อของมัน เราสามารถเลือกเปลี่ยนหูฟังที่มีแจ็คขนาด 3.5 ม.ม. ได้เอง เพราะฉะนั้น ท่านที่ชอบเสียง ในแนวของตัวเองก็เตรียมเสียเงินให้กับหูฟังแพงๆ ได้อีกต่อนึงแล้วล่ะ

On Focus
ปุ่มชัตเตอร์ที่มีสองจังหวะ กดไปครั้งแรกแค่เพียงเบาๆ กล้องจะทำการจับโฟกัสวัตถุให้โดยอัตโนมัติ และกดลงไปอีกครั้งเพื่อยืนยัน การถ่าย โดยระบบนี้จะเข้ามาช่วยในมาโคร โหมดเพื่อถ่ายวัตถุขนาดเล็ก อย่างเช่น ตัวหนังสือหรือดอกไม้ เพื่อให้ภาพมีความคมชัด มากขึ้น ถือว่าเป็นความสามารถของกล้องจริงที่นำมาใช้ใน W810i ได้อย่างถูกที่และถูกเวลา

ข้อดี

- เครื่องเล่นเพลงวอล์คแมนให้เสียงที่ยอดเยี่ยม -มีวิทยุเอฟเอ็มที่รองรับอาร์ดีเอส
- กล้องดิจิตอล 2 เมกะพิกเซลที่มีออโต้ โฟกัส
- รองรับการเชื่อมต่อด้วยเอดจ์
- เพิ่มหน่วยความจำด้วยเมมโมรี่ สติ๊ก โปร ดูโอ
-เซ็นเซอร์รับแสงใช้เพื่อช่วยประหยัดแบต
- ใช้บลูทูธเป็นรีโมท คอนโทรลได้
- สมุดโทรศัพท์ที่มีการพัฒนาแล้ว

ข้อเสีย
- หน่วยความจำในตัวที่มีขนาดลดลง (แต่ก็ยังเยอะอยู่ดี)
- สีเงินบนปุ่มกดสี่ทิศทางอาจจะลอกได้ง่าย
- เลนส์กล้องด้านหลังไม่มีฝาปิดเหมือนเคย
- การถ่ายวิดีโอน่าจะมีความละเอียดมากขึ้น


edit @ 2007/09/13 15:48:55
edit @ 2007/09/16 15:49:03